การศึกษาใหม่พบ คุณภาพอากาศ-PM2.5 ในบ้านอาจแย่กว่าข้างนอกเสียอีก

ในช่วงฤดูกาลนี้ หลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังประสบปัญหามลพพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งทุกครั้งที่หลายคนตื่นเช้ามามองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเห็นภาพเมืองจมฝุ่น ก็เชื่อว่าคงทำให้หลายคนไม่อยากออกจากบ้านไปเจอกับอากาศสุดแสนจะไม่บริสุทธิ์

แต่ในการศึกษาวิจัยใหม่ที่เพิ่งเปิดเผยออกมากลับพบว่า ความเป็นจริงแล้ว อากาศที่อยู่ภายในบ้านของแต่ละคน (หากไม่ได้เปิดเครื่องกรองอากาศ) ก็อาจย่ำแย่ไม่ต่างจากภายนอก หรือในบางกรณี อาจหนักกว่าด้วยซ้ำ

เศรษฐา ลงนามร่าง “พ.ร.บ.อากาศสะอาด”ฉบับพรรคก้าวไกลแล้ว

“อาจารย์แมน” ขอโทษสังคม ลั่นไม่ลงนะของลับ-นะดากแล้ว

ศาลออกหมายจับน้องชายนักการเมืองคดี “หมูเถื่อน"

ไดสัน (Dyson) บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก เปิดเผยผลลัพธ์ผลการศึกษาโครงการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพอากาศภายในอาคารและบ้านเรือนที่รวบรวมโดยเครื่องฟอกอากาศไดสันมากกว่า 2.5 ล้านเครื่องใน 31 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่ปี 2022-2023

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่มลพิษ 2 ประเภท ได้แก่ PM2.5 และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)

PM2.5 หมายถึงอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ 1/25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ อนุภาคเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แหล่งที่มาได้แก่ การเผาฟืนไฟ การปรุงอาหารด้วยแก๊สและให้ความร้อน ขี้เถ้า และฝุ่นต่าง ๆ

ส่วนสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) คือสารมลพิษจากก๊าซ รวมถึงเบนซีนและฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งสามารถปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การทำความสะอาดหรือการปรุงอาหารด้วยแก๊ส รวมถึงจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายและสเปรย์ฉีดร่างกาย เทียน เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง

ผลการศึกษาพบว่า “บ้านเกือบทุกหลังประสบปัญหาคุณภาพอากาศภายในบ้านแย่กว่าภายนอกบ้าน”

ไดสันพบว่า เกือบทุกประเทศที่ทำการศึกษา ประสบปัญหาคุณภาพอากาศภายในบ้านย่ำแย่กว่านอกบ้านเป็นเวลา 6 เดือนหรือมากกว่านั้น ขณะที่สหรัฐฯ มีระดับ PM2.5 ภายในอาคารเกินค่าเฉลี่ยของภายนอกอาคารติดต่อกันนานถึง 9 เดือนของปี 2022 โดยมากกว่าภายนอกประมาณ 9% โดยเฉลี่ย

การศึกษายังพบว่า เดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงเวลาที่ประเทศส่วนใหญ่มีฝุ่น PM2.5 ภายในอาคารมากกว่ากลางแจ้งมากที่สุด ส่วนในสหรัฐฯ ระดับ PM2.5 ในร่มจะสูงกว่ากลางแจ้งช่วงเดือนมีนาคม โดยสูงกว่ากลางแจ้งถึง 30%

การศึกษาของไดสันยังยืนยันว่า ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่ระดับมลพิษทางอากาศสูงสุด อย่างที่หลายคนก็พอทราบ

โดยในช่วงฤดูหนาว ผู้คนใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น และสภาพอากาศที่หนาวเย็นทำให้ผู้คนปิดบ้าน ปิดหน้าต่าง ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท และอาจเกิดความร้อนจากการเผาไหม้ เช่น การใช้แก๊ส เตาฟืน หรือแม้แต่การจุดเทียน

ไดสันย้ำว่า การเพิ่มขึ้นของค่าฝุ่นหรือมลพิษทางอากาศ อาจไม่เลวร้ายเท่า “การสัมผัส” กับมลพิษต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งนั่นหมายความว่า การที่เราอยู่ในบ้าน และสัมผัสกับอากาศที่ไม่ดีเป็นเวลานาน บางครั้งอาจเลวร้ายยิ่งกว่าการออกไปเจอฝุ่นข้างนอกเสียอีก

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมลพิษทางอากาศที่อยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายต่อเราทั้งสิ้น สิ่งที่เราทุกคนต้องทำ (นอกจากการซื้อเครื่องฟอกอากาศมาช่วยบรรเทา) ก็คือการที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นรัฐ เอกชน หรือประชาชน เห็นความสำคัญของปัญหานี้ และหาวิธีแก้ไขที่ยั่งยืนร่วมกัน โดยอาจเริ่มง่าย ๆ จากการลดการเผาหรือจุดไฟต่าง ๆ ซึ่งสำหรับประเทศไทยก็คือ หยุดการเผาขยะและเผาอ้อย รวมถึงลดการใช้รถที่สร้างมลพิษ

เรียบเรียงจาก Dyson

เปิดสถิติหวยออกงวดวันที่ 17 มกราคม หวยวันครู ย้อนหลัง 15 ปี

มอเตอร์เวย์ M6 เปิดให้ใช้ฟรีตลอดปี 2567 เก็บค่าผ่านทางปี 2568

โปรแกรมฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 รอบแรก นัดแรก 13 ม.ค 67 คำพูดจาก อันดับ1 เว็บสล็อตตรง

 การศึกษาใหม่พบ คุณภาพอากาศ-PM2.5 ในบ้านอาจแย่กว่าข้างนอกเสียอีก

By admin